ploy's profile*PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    September 28

    ความทรงจำแรกสุดในชีวิต
















    เหตุการณ์ที่กุุนึกถึง

    เป็นเรื่องสมัยยังเด็ก

    สมัยที่ไม่น่าจะจำความได้ด้วยซ้ำ









    -หม่าม้า กับป่ะป๊า ออกไปกินข้าวกับเพื่อน

    กุอายุประมาณอนุบาล3 น้องกุก็ประมาณอนุบาล1ได้

    กุไปหยิบเครื่องสำอางค์ของแม่

    แล้วเรียกน้องชายให้มาเป็นหุ่นฝึกซ้อมการแต่งหน้า


















    -พ่ออุ้มน้องชายออกมาจากร้านอาหารด้วยความเร่งรีบ

    มีคนหลายคนวิ่งตามลงมา

    กุมองน้องชายที่อยู่ในแขนของพ่อ ที่วิ่งผ่านกุไป
    น้องกุโดนอะไรสักอย่าง

    จำได้เลือนลาง
    กุอาจจะร้องไห้ด้วยความกลัว


    กุตกใจตื่น
    และพบว่าน้องชายนอนอยู่ข้างๆ

    กุนอนมองมันแบบพินิจพิจารณา




















    -เป็นภาพฟุ้งๆ เหมือนภาพแฟชั่นญี่ปุ่นสมัยเก่าๆ

    บ้านหลังเล็กหลังนั้น ห้องน้ำแคบๆ

    อ่างอาบน้ำสีเหลือง

    น้องกุไม่ได้ตัวเล็กนัก เพราะกุเองก็ยังตัวเล็กเหมือนกัน

    กุเอื้อมมือ

    วักน้ำ แล้วลูบตามหัวตามตัว




    เป็นความรู้สึกประหลาด













    ภาพในห้องน้ำนั้น
    เป็นความทรงจำแรกสุดในชีวิตเท่าที่จะย้อนไปได้














    กุกับน้องชาย ไม่ได้ปรึกษาเรื่องลึกๆกันสักเท่าไหร่

    แต่กุพอจะรู้ว่ามันคิดยังไง

    และกุก็คิดว่า มันเองก็พอจะรู้จักกุอยู่ไม่น้อย


    เราช่วยกันเรื่องที่ปิดบังแม่

    แน่นอน

    แม้บางทีจะขี้เกียจถามไถ่

    แต่ ยังห่วงใย















    ในชีวิตนี้ กุหวังว่า ถ้ามีผู้หญิงที่จะเข้าใจมันได้
    และอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข

    ก็คงจะดี















    กุไม่ค่อยแสดงออกเท่าไหร่

    ถ้ามันอ่านเจอต้องซึ้งแน่เลย

    555










    ภูมิ



    แกเป็นความทรงจำแรกสุดในชีวิตฉัน


    และเป็นคนที่ฉันรัก
    มากที่สุดในชีวิต



















    ฉันดีใจที่เกิดมาเจอแก






















    September 25

    ค่ำคืนของเจ๊













    ริมทะเลสาบค่ำคืนนั้น

















    เจ๊ยิ้มให้หนู

    ตอนหนูุเผลอหันไปสบตา



    ไม่ใช่สบตาแล้วยิ้ม

    แต่เป็น การยิ้ม แบบที่รอการสบตา



























    หนูรู้สึกได้


    ว่าเจ๊ชื่นชมในความมีสีสันของวัยรุ่นอย่างเราๆ


    เจ๊มองพวกหนูแบบหวนถึงอดีต













    มองคร่าวๆ


    เจ๊เหมือนสาวทำงานอายุสัก25

    แต่เจ๊บอกว่า เจ๊อายุ38

    มีลูกๆรออยู่ที่บ้านอีก2คน





    หนูไม่เชื่อเจ๊ด้วยซ้ำ









    เจ๊บอกว่า เจ๊เป็นซิงเกิลมัม












    พอเจอคำนี้


    หนูรู้ว่าเจ๊ คงเจอความเจ็บปวดมามาก


    เจ๊ดูพยายามจะพูดคำนั้นให้ปกติที่สุด


    แต่เพราะเจ๊เมารึปล่าว


    ดวงตามันฟ้อง








    ตาเจ๊ไม่ได้แสดงความเศร้าลึก

    เพียงบางๆ เหมือนเรื่องเหล่านั้น แค่ตกตะกอน

    แต่ทำยังไงก็ไม่จางหายไป




    แต่เจ๊ก็มีชีวิตที่สดใสได้แบบนี้


    เทียบเท่ากับพวกหนูเลยด้วยซ้ำ






    เจ๊เหมือนพวกลูกกวาดที่หล่นกระจายจากท้องฟ้า























    การคุยกันของเรา

    เหมือนพี่สาวสอนน้องสาว ประมาณนั้นเลย


    ถ้าเขาให้มา50 เราก็ให้ไป50


    เป็นรักแบบที่คนที่เจ็บมามากมักจะรัก








    มันไม่ใช่รักที่จริง


    หนูคิดว่าเจ๊เองก็รู้






    และรักที่เจ๊จะคิดถึงตอนที่เมาระดับสาม

    ไม่ใช่รักแบบ50 -50

    แต่เป็นรักแบบที่เจ๊เจ็บปวดกับมัน

    แบบที่ให้ไป 99.99 พรีมาโกล



    ใครๆเขาก็เป็นกัน









    กับการไม่เจ็บปวดในรัก

    บางทีไม่ใช่เพราะเราเข้มแข็งหรอก
    แต่เป็นเพราะเรากลัว


    ไม่กล้ารักใครมากๆแล้วต่างหากนะ










    ตอนเราแยกจากกัน

    ลูกชายเจ๊โท.ตามให้กลับบ้าน

    หนูว่าน่ารักดี














    ตอนเจ๊เดินออกไป

    ร้านโล่งที่ปิดแล้ว แสงไฟสลัว










    มองด้านหลัง



    เจ๊ดูเป็นผู้หญิงมาดมั่น



    ถ้าล้ม เจ๊ก็เป็นผู้หญิงแบบที่ลุกขึ้นมายืน
    ได้ด้วยท่าทางสวยงาม



    เจ๊มีสีสันมากมายกว่าหนูอีก



    ความเป็นวัยรุ่น ยังชัดเจน แบบที่หนูแพ้ได้



    และความมั่นคง ก็มีแบบที่หนูแพ้จริงๆ

























    เจ๊ทำให้หนูรู้สึกว่า

    หนูยังเด็กนัก

    และทำให้หนูรู้สึกว่า

    ความเป็นวัยรุ่น นั้นมีค่ามากมาย































    และความสุข
    ก็อยู่กับตัวเรา































    September 14

    หญิงสาวผู้ไร้หัวใจ













    นี่คือเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่ง




















    ใต้ต้นไม้ใหญ่ เธอถูกแฟนบอกเลิก
    เธอร้องไห้ แสดงอารมณ์มากมาย


    พอหันหลังให้แฟน
    หน้าเธอกลับมาสู่สภาวะปกติ



    เธอถามเพื่อนของเธอว่า

    เสื้อลายทางตัวนั้นที่ซื้อมา ราคาแพงไปรึปล่าวนะ





    เธอตอบคำสงสัยของเพื่อน
    ว่าเธอร้องไห้เพียงเพื่อให้แฟนเธอรู้สึกดี







    หญิงสาว

    ผู้ซึ่ง

    เลิกรู้สึกเศร้าเสียใจมานานหลายปี





    เธอ

    ไม่อ่อนไหวให้กับสัมผัสไหน





    ใจ

    มีจังหวะการเต้นคงตัว


    มาเนิ่นนาน

















    ท่ามกลางเพื่อนๆที่ร้องไห้ให้กับ
    หนังรักอย่าง the classic

    เธอกลับต้องทำเป็นน้ำตาซึมบ้าง

    เอามือปาดตา

    ซึ่งไร้น้ำตาใดๆ









    หรืออย่างบางครั้ง

    เช่นคราวนี้

    เธอมีน้ำตา

    แต่นั่นเป็นเพียงน้ำที่ไหลออกมาจากตาเท่านั้น












    ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวโยง
    กับหัวใจ















    บางครั้ง

    วันหนึ่งที่อากาศดี

    เธอนั่งนิ่งๆ นึกถึง






    คู่รัก

    ซึ่งยิ้มให้กัน ดวงตาเป็นประกาย

    แววตาของเขา

    ท่าทางขวยเขินของหญิงสาวเคียงข้าง
















    บางครั้ง


    เธอนึกถึง



    แววตาเศร้า
    ของเพื่อนสาว ผู้ที่รักชายคนหนึ่ง
    หมดหัวใจ














    ครั้งหนึ่งเธอเคยเข้าใจ
    ความรู้สึกเหล่านี้










    เธอเข้าใจดี
    ถึง ความเป็นมนุษย์









    เธอได้แต่เพียง

    นึกถึง




























    บางครั้ง

    ในวันที่อากาศดี

    เธอนึกขึ้นได้ว่า

























    ครั้งหนึ่ง

    หัวใจเธอเคยเต้นแรง































    September 13

    เด็กสาวโลกแห่งจมูก




    กุมองน้องปี1คนนั้นแบบแปลกๆมาตลอด
    เสริมจมูกมา
    แล้วทุกคนรู้ทั่วคณะแบบนี้ แปลว่า
    เจ้าตัวเปิดเผยเองแหงๆ



    เอาจริงๆ
    สวยก็จริง

    แต่เอาจริงๆ
    โทดทีนะ

    น้องดูแรดๆไปหน่อย



    น่าหมั่นไส้









    แล้วก็กุก็ไปเสือกในโลกของเขาจนได้
    กุนั่งดูhi5น้องเขา
    รูปตอนไม่มีดั้ง
    ก็น่ารักดี

    ดั้งเยอะกว่ากุอีก

    ทำทำไมวะ






    ในเจอนอล
    ยาวมาก




    เขาน้อยอกน้อยใจ
    กับการที่
    ครอบครัวโกรธมาก ที่เขาไปทำดั้ง

    อารมณ์มากมาย ถูกเขียนลงไป


    การทำดั้งมันผิดมากเหรอ

    สาวน้อยตั้งทำถาม




    พร้อมกับตอบเอง
    ถามเอง
    ตอบเอง



    กุก็ทำบ่อยๆ




    อารมณ์ขึ้นๆแล้วเขียนระบาย

    พี่ก็ทำบ่อยๆน้อง




    ดูน้องเขาไม่สบอารมณ์กับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวสักเท่าไหร่

    แต่กุอ่านแล้วกุรู้สึกว่า
    สาวน้อยเสริมดั้ง ก็เป็นผู้ใหญ่พอตัว











    สาวน้อยดึง คำๆนึงขึ้นมาจากหนังสือสปช


    "ไม่ว่าเราทำอะไร ครอบครัวก็จะยอมรับเสมอ"
    และเธอโวยวายว่าเธอไม่เคยเชื่อในคำนั้น









    เธอรำพันถึงอาม่า
    ว่าถ้าอาม่ายังอยู่ จะโกรธเธอมั้ย

    กุว่า อาม่าคงเข้าใจ
    พี่ว่า อาจจะเป็นอาม่าสักคนหนึ่งที่เข้าใจหนู





















    สาวน้อยเขียนไว้ประโยคหนึ่งว่า


    ขอให้ทุกคน เป็นที่สำหรับอีกคนได้เสมอ





































    นั่นน่ารักมาก
















    September 11

    วันนี้











    ฉันลืมตา นอนอยู่บนเตียง


    หน้าต่างตรงปลายเท้า


    และเสียงฝนตก










    อยากไปเรียนครูแดง
    แต่ก็อยากนอนต่อ






    ภาพของมาร์ค ชากาล






    ฝีแปรงของแวนโก๊ะ














    ฝนตก









    ที่โรงอาหาร ลมพัด
























    ฝนตก
















    ชินาทิ

















    September 04

    เกลและพลอย










    เกล:
    ครูแดงพูดวันนี้ว่า อย่าไปยุ่งกะคนที่มีเจ้าของแล้ว มันจะทำให้เราบ้าเอง

    เพราะสุดท้ายยังไงเค้าก็ไม่เลิกกัน

    กูก็เอามาคิดว่าถ้าครูหน่อยมีแฟนแล้วก้จะไม่คิดอะไร

    มึงก็ควรจะทำอย่างนั้นแหมือนกัน

    ก็ต้องได้แค่เท่าที่ได้ ไม่หลุดกรอบอย่างที่พี่ฟ้าของมึงว่านั้นแหละ

    มึงอ่ะ เวลาชอบใครไม่ยอมหักใจไว้ครึ่งนึง

    อย่าเพิ่ง ไปมากมายเพราะเค้าแค่อยุ่ไกล้กับมึงในช่วงเวลาที่มึงเหงา

    ใช่ที่เราอาจจะคิดว่าคนนี้ใช่ แต่ว่าถ้ามันมีอุปสรรคที่คิดว่าคงฝ่าไปไม่ได้แล้วไม่มีทางก็อย่าฝืนดีกว่า

    มึงจะเจ็บเอง

    ว่า
    อดีตมีไว้เรียนรุ้ ไม่ใช่ ให้มึงทำไปแบบนี้ทุกครั้ง







    มึงพูดมาอย่างนี้ทำให้กุเริ่มคิดอะไรขึ้นมาได้นิดนึงนะ















    พลอย:
    แล้วมึงทำไงถ้าเป็นกุ



    เกล:
    กูก้คงบอกไปว่า ชอบเค้า

    แต่กูก็คงบอกไปว่า ก็ทำได้แค่นี้
    เพราะเค้ามีแฟนแล้ว

    ก็คุยอะมึง ก็คิดแหละ แต่ก็พยายามคิดให้น้อยลงเรื่อยๆ

    ที่ละนิดๆอย่างมึงว่า

    หรือไม่ก็เลือกที่จะรอ (ถ้ามันมีหวัง)แต่ถ้าไม่มี ก็เลิกหวัง









    พอมึงเป็นกุ กุว่ามึงหนักกว่ากุอีกว่ะ

















    แต่ก็ขอบใจมาก