| ploy's profile*PhotosBlogLists | Help |
|
July 27 pureเขากับฉันไม่ได้สนิทกันมากขนาดที่
มานั่งคุยกันด้วยความเมามาย
ภายใต้แสงจันทร์
และบทเพลงหรอกนะ
แต่คืนนี้ก็มีอยู่จริง
เกิดขึ้นจริง
เราคุยกัน
ถึงเรื่องความรู้สึกซะมาก
ความทุกข์ใจ
ความเหงา
ความรัก
เขาพูดว่า
ความรักที่จริง ไม่มีบนโลกนี้หรอก
ฉันเองไม่ได้ตอบอะไร
แล้วเขาก็เล่าต่อว่า
ครั้งนึง
เขาเคยไปหาผู้หญิงคนนึงเพราะเธอโทมาบอกว่าเหงามาก
เขาไปหาผู้หญิงคนนั้นด้วยความรู้สึกที่ว่า
แค่อยากไปหา แค่นั้น
ตอนนั้นเขาเดินห้างอยู่กับแม่
แม่ของเขาก็ยินดี
ให้เขาไปหาผู้หญิงคนนั้น
ฉันก็เลย
อ้าว
นี่ไง
การที่ไปหาผู้หญิงคนนึงในที่แสนไกล
ด้วยความรู้สึกแค่ว่า แค่อยากไปหา
การที่แม่ยอมให้เขาไป
ด้วยความเข้าใจ
มันเป็นสิ่งที่เขาอธิบายถึงไม่ใช่หรอ
ฉันไม่เคยพบเจอเรื่องแบบนี้
ยังเชื่อเลยว่ามันมีอยู่จริง
ฉันบอกเขาว่า
ฉันไม่ได้รักใครสุดหัวใจอีกแล้ว
ไม่ร้องไห้แล้ว
แต่พอเจอคนที่ยังมีความรักแบบนี้อยู่
อย่างเช่น เขา
ฉันอาจจะกลับมา
เป็นคนเดิมก็ได้นะ
เสียงเพลงของโอเอซิส
แสงไฟสีส้ม ฟ้า เหลือง
เขาครุ่นคิดถึงคำของฉัน
แล้วกล่าวประโยคขึ้นมาลอยๆ
"วันนี้สวยงามมาก"
เสียงเพลงของโอเอซิส
ล่องลอย แผ่วเบา
กลับชัดเจนนัก
July 22 เช้าของแม่เป็นความรู้สึกแบบนี้ตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้ว
เราเติบโตมาโดยมีพี่เลี้ยงเลี้ยงดูเป็นส่วนใหญ่
นอนกับเธอ กินข้าวกับเธอ เธอมารับเรา
ไปส่งเรา
เราไม่เคยรู้สึกว่า มันเป็นเรื่องแปลกใดๆเลย ไม่เคยตะขิดตะขวงในใจ
ไม่เคยน้อยใจ
แต่ล่าสุด
เช้าวันก่อน ที่เรานอนป่วยนั้น
วันนั้นแม่เรามาหาที่บ้าน
เช้าวันนั้น
แม่เราเคาะประตู ปลุกเรา
แล้วเราก็รู้สึก
มันเหมือนว่ารู้สึก
อบอุ่นอยู่ภายใน
แล้วเราก็นึกย้อนได้ว่า
ตอนเด็กๆเราก็รู้สึกแบบนี้
ในวันที่แม่เรา เป็นคนปลุกเราในตอนเช้า
มันจะกลายเป็นวันที่เราอยากจะใช้ชีวิต
ทำไมแม่ไม่เคยรู้เรื่องนี้บ้างนะ
วันที่เรานอนกับแม่ตอนเด็กๆ
เราก็มีความรู้สึกแบบนั้น
เราเพิ่งมาน้อยใจ
เพราะถ้าแม่อยู่เคียงข้างเราตลอดมาตั้งแต่เด็ก
ตลอดมา
เราก็คงจะรู้สึก
ว่ามีแม่อยู่ข้างๆ
July 14 คืนของอดีต ปัจจุบัน และอนาคตวันนั้นเราคุยกันถึงเรื่องวันแต่งงาน
จุ๋มบอกว่า มันจะเผาเรื่องกุให้หมดเลยวันนั้น
มึงบ้ารึป่าว เรื่องกุไม่มีอะไรน่าอับอายหรอกนะ
กุคิดถึงวันนั้น
ไม่รู้ใครจะแต่งงานกับกุ
แต่มันชัดเจนที่ว่า
พวกมึง ต้องอยู่ในงานนั้นชัวๆ และกุเห็นพวกมึงหัวเราะ
ดูมีความสุข
เป็นความรู้สึกเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา
กุอบอุ่นใจเมื่อก้าวเท้าไปเข้าในรถ ตอนที่มึงมารับ
มีไม่กี่คนนัก
ที่วันเวลาไม่ดึงเราให้ห่าง
วินาทีนั้นกุเชื่อว่า
ระหว่างพวกเรา ไม่เคยมีอะไรเปลี่ยน
ถึงแม้ตอนนี้กุไว้ใจคนและเชื่อใจใคร ไม่ได้เท่าเดิมอีกแล้ว
แต่กุยังเชื่อใจพวกมึง
เหมือนอย่าง5ปีตลอดมา
เรื่องนี้เกิดขึ้น ได้แค่กับคนบางคน
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกันมา
ทั้งอดีต ปัจจุบัน
และในอนาคต
*Gบางแสน จากหมวย July 10 ภาพวเป็นเหมือนกับ
ภาพวาด
ที่ยิ่งลงเพิ่ม
เท่าไหร่
ก็ยิ่งเละเท่านั้น
ยิ่งแก้
ยิ่งแย่
มัน
กลับมาสวยงามไม่ได้อีกแล้ว
เฟรมสีขาวว่างเปล่า
ยังน่ามองกว่านัก
ภาพวาดแบบนี้
เราควรจะทิ้งไปด้วยซ้ำ
เพราะมีแต่ชวนอึดอัด
July 03 I am
DIRECTOR’S STATEMENT
เราเกิดและเติบโตที่ต่างจังหวัด เรารู้สึกสบายใจและสงบ เมื่อเราอยู่ที่บ้าน เรารู้สึกว่าที่นี่เป็น ที่ของเรา ปลูกฝังเรา เข้ามาอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของเรา หล่อหลอมให้กลายเป็นเราจนถึงทุกวันนี้ เมื่อเราเหนื่อย หรือมีเรื่องทุกข์ใจเรามักจะกลับบ้าน และเรารู้สึกว่า บ้าน เยียวยาเราได้ ทำให้เราใจสงบ และต้อนรับเราอยู่เสมอ หนังเรื่องนี้ เราไม่ได้พูดถึง แต่เราอยากให้รู้สึกถึง เราอยากให้ คนอื่นอยู่กับเราแล้ว รู้สึกสงบ รู้สึกสบายใจ ถ้าพูดเรื่องทุกข์ใจกับเรา แล้วนั่นสามารถเยียวยาพวกเขาได้ เรารับฟัง เราเหมือนบ้านของเราตรงนี้
แล้วหนังเรื่องนี้ ก็เหมือนเรา
น.ส.ภัทรภร วีระศักดิ์วงศ์ ภาพยนตร์วีดิโอ ปกติ รหัส 49020360
June 25 ภัทรภรเป็นเพราะ ภัทรภร แปลว่าผู้ค้ำจุน แน่ๆ
ภัทรภรอาจจะเกิดมาเพื่อ ปลอบประโลม เพื่อนมนุษย์ก็ได้นะ
เยียวยา รักษา
แม้กระทั่งกับคนที่ใจร้ายมา
ภัทรภรก็ยังใจดีกับเขาได้อีก
ทั้งๆที่ภัทรภรไม่อยาก แต่ภัทรภรก็ใจอ่อนอยู่ดี
เป็นเพราะชื่อ ภัทรภร แน่ๆ
ภัทรภรไม่สามารถเกลียดใครได้จริงๆเลย
มิน่าล่ะ
June 17 ไม่คืนนี้ ก็คงพรุ่งนี้พี่วินมอไซด์: ไม่คืนนี้ก็ พรุ่งนี้แน่เลย
พลอย: ...
พี่วินมอไซด์: ฝนคงตก
พลอย: (เงยหน้ามองตาม) ดูยังไงเหรอคะพี่
พี่วินมอไซด์: นู่นน่ะ เมฆมันแดง แล้วก็ลอยต่ำ
พลอย: ...
พี่วินมอไซด์: ถ้าลมไม่พัดไป ฝนคงตก
June 11 นานขอบคุณที่ทำให้มันมีคุณค่าขึ้นมา
ไม่รู้ว่าในอนาคตข้างหน้า
เราจะมีความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นอีกรึเปล่า
แต่เราคงไม่ลืมว่า ครั้งหนึ่ง
มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว
และมีอยู่จริงบนโลกใบนี้
เราที่ทำหนังรักไม่ได้แล้ว
เพราะในวันนี้ เราเชื่อในมันไม่มากพอ
อยากขอบคุณเธอจริงๆ
ที่ยังดึงเราให้เชื่อในสิ่งเหล่านั้นได้อยู่
ทั้งๆที่ ไม่น่าจะมีหัวใจเหลือพออีกแล้ว
ในอนาคตข้างหน้า
ไม่ว่าจะเป็นยังไง
อยากให้เธอมีความสุขจัง
มีชีวิตที่มีความสุข
และมีความรักที่จริง
และในอดีต
ทุกอย่างจะถูกเก็บไว้เสมอ
ไม่รู้จะเป็นยังไงเลยนะ
ดีใจ ที่พบ และผูกพัน
รัก
June 04 อยู่ไหน ศิลปะในเดอะมอล์บางกะปิความเป็นจริง
วันนี้กุเดินเดอะมอล์บางกะปิ
จากการโดนบรีฟเรื่อง บทหนังทีสิส ติดต่อกันมา3วันติด
แน่นอน
กุเริ่มมองโลกภายนอก หาสิ่งจรรโลงใจ
หาแรงบันดาลใจ
ความจริงคือ
เดอะมอล์บางกะปิ
ไม่มีความเป็น ศิลปะ อยู่เลย
แม้แต่น้อย
การจัดวางของห้าง
ร้านเฟรนไชน์
จนถึงการแต่งตัว แต่งหน้า ทรงผม ของผู้คน
ที่ไม่สร้างความจรรโลงแล้ว ยังชวนหดหู่
เหมือนกัน
ไม่มีความสวยงามเหมือนกัน
ร้านรวงแข็งเป็นกรอบเหล็กดัด
ต้นไม้
พลาสติก
ไม่สวย
แล้วยังไม่มีชีวิตอีก
กุไม่รู้จะกอบกู้ยังไงดี
ตอนนี้เรามีกันอยู่4คน
กุ โอ๊ต ฝ้าย เกล
กุไม่รู้จะพยายามยังไงดี
ร้านสิ่งของแบบแปลกๆอย่างไดโซะ โดนปิด
ที่ยืนนาน คือพวกตุ๊กตาขนปลอมเหล่านั้น
ที่ยืนนาน คือ รองเท้าลายสก๊อต ดำแดง แบบนั้น
กุสลดหดหู่ยิ่งนัก
กำลังหมดสิ้นความหวังอย่างรุนแรง
และอยากกลับบ้าน
และทันใดนั้น
กุก็เดินผ่าน คนๆหนึ่ง
ผู้ชายคนนึง ที่ทาตัวสีขาว กำลังเล่นperformanceละครใบ้
เป็นหุ่นยนต์อยู่
กลางห้าง เดอะมอล์ บางกะปิ
พี่ยืดหยัดอยู่ได้
พี่ช่างมั่นคง เด็ดเดี่ยว
และเข้มแข็ง
กุยืนดู
จดจำเขาไว้ในหัวใจ ไม่ใช่แค่การแสดงของพี่
แต่มันเป็นถึงความหวัง
เป็นถึงแรงบันดาลใจ
หนูคิดว่าอีกหลายๆคน
มาเห็นพี่ แล้วจะรู้สึกแบบหนู
เหมือนกับว่า พวกเราเล็กน้อยเหลือเกิน
แต่ก็อย่าเพิ่งยอมแพ้
เพราะศิลปะ
กินใจเรา และเราก็อยากให้คนอื่นเห็นคุณค่า
พอพี่โชว์เสร็จก็มียามมาไล่พี่
บ่งบอกให้เห็นว่า คนพวกนี้มองไม่เห็นศิลปะ แล้วยังเดินเหยียบมันอีก
เหมือนเริ่มไม่ใช่คน
คน ต้องจิตใจอ่อนโยนกว่านี้ อย่างน้อยต้องมีจิตใจ
แล้วสักพักก็มีคนมาคุยให้
หนูเลยรู้สึกได้ว่า คุณค่าในงานที่พี่ทำ มันมีอยู่จริง
มีคนรับรู้สิ่งเหล่านั้น
แม้จะส่วนน้อยมากๆ แต่ก็ก่อเกิด
ทีละจุด ทีละนิด
หนูได้แต่คิด
แต่พี่ทำเลย
ขอบคุณมากที่เราพบกัน
May 28 ร้านขายขนมปังหรือเพราะว่ากุ
อยู่ในห้างมากเกินไป ก็ไม่รู้นะ
ที่ปากช่อง มีร้านขายขนมปังอยู่ร้านนึง
กุเดินผ่านตลอด แต่ไม่เคยแวะเข้าเลย
แล้ววันนี้พี่กุ ชวนเข้าไปซื้อขนมปัง
เป็นร้านขนมปังธรรมดา
เท่าที่จะธรรมดาได้
ตู้กระจกธรรมดา
ขนมปังรูปแบบธรรมดาทั้งหลาย
หลังร้าน
เป็นบ้าน
มีที่นั่ง ข้างๆเตาอบ
มีแสงจากมุ้งลวดลอดเข้ามา
มีบันไดไม้ขึ้นไปสู่ชั้น2 ห้องนอนของเขา
ชีวิตของเขา
ลูกๆ
กลิ่นขนมปัง
อะไรก็ไม่รู้
อาจเป็นเพราะกุ อยู่ในห้างมากไป
เดินผ่านยามาซากิ บ่อยเกินไป
ที่ร้านขนมปังนี้
มีความสบายใจอยู่มาก
มากกว่านั้น
เป็นความอบอุ่น
อาจเป็นเพราะไม่ค่อยได้กลับมา
แม้แต่ร้านขนมปังธรรมดา
ก็ทำกุสะเทือนใจไปกันใหญ่
..
May 26 "The shOOd"ดีใจที่พบนะ
พลอยเชื่อว่า เป็นอะไรสักอย่าง
ที่ทำให้มาพบกัน
มีคืนวันที่พลอยอยู่ที่นั่น
อาจจะไม่มีใครซึ้งใจก็ได้
แต่พลอยรู้สึกนะ
: )
May 21 สถ.ทรนงการเห็นน้องปี1 ทำให้กุนึกถึงตัวเองในวันนั้น
สิ่งใหม่รอบข้าง สร้างความตื่นตาตื่นใจก็จริง
แต่สิ่งที่ฝังอยู่ในใจ
กลับเป็นความตื้นตันข้างในมากกว่า
เพลงคณะในวันนั้น
กุหลับตาฟัง
เพลงดังขึ้นมาในความเงียบ
แม้แต่เสียงของฝน
ก็จำไม่ได้ว่ามี
มันตื้นตันใจขนาดนั้น
เพลงที่พี่ร้องวันนั้น
เพราะมาก จริงๆ
เพราะลึกฝังใจ
จนถึงวันนี้
เป็นสิ่งที่ทำให้กุอยากไปรับน้อง
อยากไปฟังเพลงคณะ ในความเงียบ
เพลงที่ทำให้กุน้ำตาคลอในวันนั้น
เพลงที่เป็นส่วนหนึ่งในตัวตนของกุตอนนี้
กุปี4แล้ว
อาจเป็นครั้งสุดท้าย
แม้การรับน้องจะน่าเบื่อมาก
ตอนกุปี1สนุกกว่านี้เยอะ เจ๋งกว่า
ดูรักกันมากกว่า
แต่เพลงสถ.ทรนง
ยังเหมือนเดิม
นี่อาจเป็นครั้งสุดท้าย
กุเลยอยากฟังชัดๆ
ยังเหมือนเดิมมากๆ
แบบวันนั้น
..
May 01 ทุกเช้า8โมงเช้า ฉันออกจากบ้าน
พี่สาวฝาแฝดที่ออกไปทำงาน
แล้วโบกมือลาน้องสาวเขาทุกเช้า
เรามักจะขึ้นรถคันเดียวกัน
ฉันมักจะมองตาม เวลาที่เธอโบกมือลาน้องสาวจนลับตา
อย่างกับว่าจะไม่ได้พบกันอีก
เธอลงหน้าที่ทำงานทุกวัน
ตอน8โมงครึ่งคงเป็นเวลาเริ่มงาน
ฉันลงรถเมล์ก่อนป้ายนึง
เพราะไม่อยากเดินย้อนกลับ
และเพราะอยากเดินผ่านร้านแต่งงาน
ไม่ได้อยากแต่งงาน
แต่ในร้าน มีเด็กอายุสัก5ขวบ กับ7ขวบ
นั่งเล่นกันบนโซฟาทุกเช้า
หนุ่มขายผลไม้ข้างทาง
ที่ฉันเห็นเขามาขายตรงที่เดิมๆทุกวัน
เป็นชีวิต
ในแบบเช้าๆ
ที่หมดเดือนหน้าไป
ก็คงไม่ได้เจอแล้ว
เด็ก2คนในร้านแต่งงาน
ทำให้ฉันรู้สึกดีๆ
กับการเริ่มวันใหม่
ทำให้ฉันสบายใจ
ที่ก็เคยมีวันเหล่านั้น
ทุกเช้า
April 18 ไม่มีแก้วถ้าเป็นแก้ว
ก็เป็นแก้วที่ว่างมาก
ไม่เคยมีน้ำ
ไม่มีแม้แต่หยดน้ำ
หรือไอน้ำ
ถ้าคุณจะดื่มน้ำ
ก็ควรมองแก้วให้ดีๆก่อน
ว่าเอาเข้าจริงแล้วมันไม่มีอะไรเลย
ยกขึ้นดื่ม แบบไม่สนใจน้ำในแก้วน่ะ
มีแต่จะทำให้
น้ำรู้สึกว่า
น้ำไม่ได้มีค่า
แก้วรู้สึกว่า
คุณจะทำแบบนี้ทำไม
เพราะเมื่อน้ำไม่มีค่า
แก้วน้ำจะมีความหมายใด
April 06 ---กุพูดไม่ถูก อธิบายไม่ถูก
เพราะความรู้สึกมันไม่ชัดเอาซะเลย
ไม่มั่นคงเลย
มึงจะให้กุไปทางไหน
ให้กุรู้สึกยังไงดี
ตอนนี้จะพูดว่า เป็นเรื่องของกุคนเดียว แบบนั้นไม่ได้แล้วนะ
มึงดึงกุไป มากเกินไป
เราเป็นเพื่อนกัน
มึงก็พูดเอง แต่มึงกำลังจะทำให้มันคลุมเครืออีกแล้ว
มันหมดช่วงเวลาเพ้อฝันของกุแล้ว
กุไม่กล้าทำอะไรแล้วด้วย
อย่าปล่อยให้กุเคว้ง
วางกุลงสักที่
สักเขตแดนหนึ่ง
กุจะได้รู้ตัว
ว่าทำทำตัวยังไง
หรือทำอะไรต่อไป
กุไม่อยาก
อึดอัดจนมานั่งเขียนจดหมาย
แล้วร้องไห้ไปด้วย
อีกแล้ว
มันวนเวียนเกินไป
มึงก็รุ้ว่ากุเจออะไรมาบ้าง March 15 ผูกพันใครกัน
อยากให้มันหายไป
ไม่น่าเป็นเรื่องยาก
เพราะเราต่างก็สงสัย
ว่าเราผูกพันกันอยู่ จริงมั้ย
เห็น .......................... มั้ย
เพราะมีระยะห่างระหว่างกัน
มันเลยไปได้ไกล
ไม่เคยสิ้นสุด
March 07 เด็กผู้หญิงร้านหลังคาหญ้าแห้งที่นั่นรู้สึกเหมือนกับอยู่บ้านต่างจังหวัดของเพื่อนที่ไม่ค่อยสนิท
ฉันจำได้เพียงเลือนลาง
มันเป็นร้านเหล้าแบบบ้านๆ
ที่มีเบียร์ราคาถูกวางอยู่เกลื่อนโต๊ะ
ฉันนั่งอยู่ในวงของเพื่อนของน้อง
ฝั่งตรงข้าม
เป็นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง
ชื่อตุ๊กตา
ตุ๊กตา มากับเพื่อนน้องคนนึง เป็นเด็กผู้ชายที่ดูท่าทางยียวนกวนประสาท
แต่ก็มีมารยาทพอสำหรับคนที่เกิดก่อนแบบฉัน
จำไม่ได้ว่ารู้ได้ยังไง
แต่คือ
ตุ๊กตา เป็นกิ๊ก
แบบที่โทรเรียกกริ๊งเดียวก็มาหาทันที
ตุ๊กตาเป็นเด็กที่
จนถึงวันนี้ฉันก็ยังจำรอยยิ้มของเธอได้
ผมดัดยาว และตากลมโต
เราพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย
ฉันมองดูแววตาของเธอบ่อยครั้ง
และทุกครั้งเธอมองอยู่ที่ชายที่นั่งข้างเธอ
ความเป็นห่วงเป็นใย และอื่นๆมากกว่านั้น
สะท้อนออกมาอย่างชัดเจน
ส่งถึงผู้ชายคนนั้น
ผู้ชาย ที่พูดได้ไม่เต็มปาก
ว่าเป็นของเธอ
ตุ๊กตา..
เหมือนพี่เห็นตัวเอง ห้วงเวลาหนึ่ง
ตอนที่เราไปเข้าห้องน้ำกัน
ฉันถามเธอว่า
อยู่แบบนี้เศร้ารึปล่าว
เธอบอกว่า ไม่หรอกพี่ แต่บางทีก็มีน้อยใจบ้าง
แบบโทรไปก็ไม่รับ
แล้วเธอก็ยิ้ม
ในแบบที่ฉันยิ้มตอบกลับไปได้ง่าย
ทุกสิ่งเหล่านั้น
สำหรับฉันแล้ว
มันเป็นเรื่องที่ไม่ต้องคิดมากอะไร ก็พูดได้เต็มคำว่าเข้าใจ
ฉันรู้ว่า เป็นความรู้สึกยังไง
ฉันรู้
ว่าทำไม
เราเป็นคนอื่น
แต่เราก็รัก
เหมือนได้พบกับเพื่อนร่วมชีวิต
ที่สามารถเข้าใจกันและกันได้ง่าย
บางครั้ง ที่เราผ่านพ้นอะไรมาเหมือนกัน
ก็ทำให้เราไม่ต้องพูดอะไรกัน แต่ก็เข้าใจ
และความเข้าใจนั้นมันส่งผ่านได้ง่ายดาย
และเป็นความรู้สึกที่ดีชนิดหนึ่งบนโลก
จนถึงวันนี้
ฉันก็ยังจำเธอได้
รอยยิ้มของเธอ
แววตาที่มองเขา ของเธอ
สิ่งอื่นๆอีกมากที่อยู่ในนั้น
ความรู้สึกแบบที่ รักมากมาย
และภายใต้นั้น
ความไม่มั่นคง ความเดียวดาย
หรือแม้กระทั่งความเศร้า
ก็ถูกผสมปนเปลงไปในนั้น
และมันชัดเจนนัก
จนฉันไม่อาจจะลืมมันได้
March 02 แท๊กซี่กับเด็กเรียนฟิล์มปกติโดยพื้นฐานกุก็ไม่ค่อยถูกชะตากับแท๊กซี่อยู่แล้ว
เวลาโดนพาอ้อม พอบอกไม่ทันแล้ว
กุก็ต้องเลยตามเลย และเก็บความแค้นไว้ในใจ
แต่ตอนนี้เราได้เปลี่ยนไปแล้ว
หลังจากที่ตกรถตู้ของ แฮปปี้แลนด์-ลาดกระบัง ในคืนวันหนึ่ง
กุได้โบกแท็กซี่คันหนึ่ง
บอกเขาว่าไป แฮปปี้แลนด์ค่ะ มอเตอร์เว นะคะ(แต่กุไม่รุ้มันต้องวนยังไง)
แท็กซี่จำพวกนึง มักจะทำเป็นไม่แน่ใจในหนทาง
และถามหยั่งเชิงผู้โดยสาร เผื่อว่าไม่รุ้ทาง จะได้พาชมวิวกรุงเทพแบบไกลๆก่อนถึงบ้าน(นิ้วกลาง)
และแท็กซี่วันนั้น ก็เป็นแบบนี้แหละ
หันมาถามกุ พอกุย้ำ ว่ามอเตอเว ก็ไปอีกทางนึง
กุก็แบบว่า พี่มาเนียนแล้วนะคะแบบนี้
นั่งไปสักพัก กุก็คิดว่า สาด กุเรียนฟิล์มนะเว่ย เรียนแอ้คติ้งมานะเห้ยยย มึงกล้าเล่นงี้ใช่มั้ย
กุหยิบหมวกปิดๆหน้าขึ้นมาใส่(ตอน4ทุ่ม)
เริ่มนั่งนิ่งๆ
และเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
บอกทางแบบนิ่งๆ
พอจ่ายเงิน
กุก็มองหน้าพี่เขา
แล้วก็บอกเขาไปว่า
พี่คะ ไปทำบุญเยอะๆนะคะ
เขาถามกุว่า
ทำไมเหรอๆ
กุก็ยิ้มๆ ละก็ลงจากรถ
ยืนมองจนรถเขาวิ่งจากไป
จริงๆการทำบุญเป็นเรื่องที่ดี
เราแค่บอกผู้อื่น เท่านั้น
และคราวหน้า คงหนุกกว่านี้อีก
|
|
|